ความจริงของปากกาลดน้ำหนัก ที่ไม่ใช่แค่ทางลัดอย่างที่คิด
- mind between
- 22 พ.ค.
- ยาว 1 นาที
ก่อนหน้านี้เราหนักประมาณ 55 กิโล และตั้งเป้าหมายไว้ที่ 45 กิโล เชื่อมั้ยว่า 10 กิโลที่อยากเอาลงเนี่ยเราพยายามมา2 ปีแล้วไม่สำเร็จสักที
.

สมัยเราทำงานใหม่ๆนะ 45 คือน้ำหนักตัวเราเลย ตอนนี้ยิ่งอายุเยอะยิ่งลดลงยากมากๆ แต่อีกสิ่งที่กังวลคือไม่อยากให้สิ่งที่ลดลงเป็น "กล้ามเนื้อ" แต่อยากให้เป็น "ไขมัน" จริง ๆ มากกว่า เพราะที่ผ่านมาแม้น้ำหนักจะลง แต่สัดส่วนบางจุดยังเป็นลักษณะสกินนี่แฟตอยู่ จึงตัดสินใจเข้าไปปรึกษาแพทย์ที่ Dermatige ในระหว่างที่เพื่อนเราไปฉีด Botox เราก็ถือโอกาสนี้ถามคุณหมอด้วยเลยยย
เพื่อประเมินร่างกายอย่างจริงจังว่าควรใช้ตัวช่วยหรือควรปรับอะไรเพิ่มเติม
ตอนเข้าไปที่ Dermatige สิ่งที่ประทับใจคือ หมอที่ Dermatige ไม่ได้รีบแนะนำให้ใช้ปากกาฯทันที ไม่ใช่ว่าจะปักๆได้นะ แต่เริ่มจากการวัดองค์ประกอบร่างกาย วิเคราะห์มวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และสอบถามพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างละเอียด ตั้งแต่การกิน การนอน การออกกำลังกาย ไปจนถึงกิจวัตรประจำวัน เพื่อดูว่าปัญหาที่แท้จริงของเราอยู่ตรงไหน เพราะเป้าหมายของการลดน้ำหนักที่ถูกต้องไม่ใช่แค่ตัวเลขลดลง แต่ต้องเป็นการลด "ไขมัน" และรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ให้มากที่สุด ซึ่งแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอยู่ดี
ยอมรับตรง ๆ ว่าก่อนจะไปปรึกษา Dermatigeเราเองก็มีความกังวลจากกระแสลบเกี่ยวกับปากกาฯอยู่พอสมควร จนลังเลว่าจะควรทำหรือไม่ แต่เมื่อได้คุยกับหมอแบบละเอียด
หมอเปิดงานวิจัยให้ดู อธิบายทั้งกลไกของยา ข้อดี ข้อจำกัดของการใช้ และกลุ่มคนที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า การปักปากกาฯมันไม่ใช่ทางลัด ในการลดน้ำหนักนะ แต่เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ (ย้ำนะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์) และต้องมีการประเมินอย่างเหมาะสมเท่านั้น และในหลายกรณีถ้ายังไม่จำเป็น หมอก็จะไม่แนะนำให้เริ่มใช้
และการปรับนี้จะมีทั้งคุณหมอและนักโภชนาการของ Dermatige มาช่วยปรับพฤติกรรมการกินในจุดเล็ก ๆ ที่เรามองข้ามด้วย ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กในชีวิตประจำวัน เช่น ลดเครื่องดื่มหวานอย่างชานมไข่มุก เครื่องดื่มน้ำตาลสูง และของว่างที่ให้พลังงานสูงแต่สารอาหารต่ำ พร้อมแนะนำให้เพิ่มโปรตีน ผัก และอาหารที่ให้สารอาหารครบถ้วน เพื่อช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและทำให้การลดไขมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งพออาเข้าจริงก็เริ่มเห็นว่าการเปลี่ยนรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันมีผลมากกว่าที่คิด
จากข้อมูลการศึกษาทางการแพทย์ที่หมอ Dermatige อธิบายเพิ่มเติม งานวิจัยในวารสาร New England Journal of Medicine และการทบทวนงานวิจัยด้านยากลุ่มควบคุมน้ำหนักพบว่า
ยากลุ่มนี้สามารถช่วยให้ผู้ที่เหมาะสมลดน้ำหนักได้เฉลี่ยประมาณ 515% ของน้ำหนักตัว
เมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งย้ำชัดว่าผลลัพธ์ที่ยั่งยืนยังคงขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ใช้เป็นหลัก ไม่ใช่พึ่งยาเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่รู้สึกต่างจากที่คิดไว้มาก คือแนวทางของหมอDermatige ที่ไม่ได้เร่ง ไม่ได้ขายฝัน แต่ให้เราค่อย ๆ ปรับทุกอย่างให้พร้อมก่อน หมอจะถามถึงกิจวัตรประจำวันจริง ๆ ว่าเราตื่นกี่โมง กินอะไรบ่อย ออกกำลังกายแบบไหน เครียดไหม นอนพอหรือเปล่า แล้วค่อยวางแผนร่วมกันว่าอะไรควรเริ่มก่อน อะไรควรปรับทีละขั้น และเมื่อร่างกายพร้อมจริง ๆ ค่อยพิจารณาใช้ตัวช่วยเพิ่มเติม
ปากกาฯ อาจมีหลายที่ให้บริการ แต่คลินิกที่มีหมอคอยนั่งคุยแบบหมอคุยละเอียดมาก จริงจังสุดๆ อธิบายทุกอย่างด้วยเหตุผล และมองเราเป็นคนไข้ที่ต้องดูแลระยะยาว ไม่ใช่แค่เคสหนึ่งที่ต้องการแค่ปิดการขาย แบบนี้หายากกว่าเยอะซึ่งสำหรับเรา ว้าววว มาก แล้ว Dermatige ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับเสริมความงามอย่างเดียวนะ แต่เหมือนมีคนช่วยวางแผนการดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน
สรุปแล้วสำหรับเรา การไปปรึกษาครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ตัดสินใจจะทำทันที แต่จะกลับไปค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมของเราก่อน และค่อยตัดสินใจอีกทีก็ยังไม่สาย
#ปักตะกร้า
#เสริมความงาม
#ออกกำลัง
#คุมหิว



ความคิดเห็น