40+ อยากทำหน้าเรียวแบบไม่ศัลยกรรม ควรเริ่มจากอะไรก่อนดี?
- mind between
- 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
พออายุขึ้นเลข 4 หลายคนคงเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่า นอกจากหนังหน้าจะเริ่มมีริ้วมีรอยแล้ว
สกินแคร์ที่เคยใช้ก็เหมือนจะเอาไม่ค่อยอยู่เท่าเดิม
จริง ๆ เพื่อนรอบตัวเราหลายคนเข้าคลินิกเสริมความงามกันเป็นเรื่องปกติ บางคนทำที่ไทย บางคนบินไปทำถึงเกาหลี
แต่สำหรับเราเองที่ผ่านมาแค่ ตามเพื่อนไปดูเฉย ๆ ไม่เคยคิดจะทำจริงกับตัวเอง เพราะคิดมาตลอดว่า “หน้าเรายังโอเคอยู่”
แต่ขอบอกเลยว่าความคิดนี้ ผิดมาก ผิดแบบมหันต์
ช่วงหลังเลยเริ่มกังวลรอยย่นตรงหว่างคิ้วลึกขึ้นเรื่อยๆ เขาบอกว่าเพราะเราขมวดคิ้วบ่อยๆเลยเกิดรอยนี้
แต่เราพยายามไม่ทำแล้ว(ซึ่งยากมาก 555) แต่รอยย่นก็ยังมีอยู่
เลยเริ่มคิดจริงจังว่า ถ้าอยากให้รอยมันหายไปต้องทำอะไรและถ้าจะทำหน้าตรงจุดอื่นด้วย อายุประมาณนี้ควรทำหัตถการอะไรดีที่เหมาะกับเรา
แต่ปัญหาคือเราไม่เคยทำมาก่อนเลย ความรู้เรื่องหัตถการแทบจะติดลบ
ก็เลยเริ่มทำการบ้านหนักมาก ดูรีวิวใน TikTok อ่านบทความ ถามเพื่อนที่เคยทำมา สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดคือ
- ผลข้างเคียงและความเสี่ยงจากการทำหัตถการมีอะไรบ้าง?
- ตอนทำจะเจ็บมากไหมหรือไม่เจ็บเลย
- หลังทำต้องดูแลตัวเองเยอะไหม
- แล้วจะโดนขายคอร์สหรือเปล่า
เพราะต้องยอมรับตามตรงว่า หลายคลินิกการตลาดแรงมาก บางทีเราแค่ไปปรึกษาแต่รู้สึกเหมือนโดนขายของทันที
และถ้าอยากทำหน้าเรียวด้วยล่ะ ควรเริ่มจากอะไรดี?
จนกระทั่งเพื่อนชวนไปลองที่คลินิก Dermatige สยาม นางสายทำหน้าตัวจริง ไปบ่อยเป็นระดับมือโปรฯ สำหรับเราเลย
นางบอกว่าไปคุยกับหมอก่อนก็ได้ ยังไม่ต้องทำอะไร ตอนนั้นเรายังไม่คิดจะทำอะไรเลย
แค่สงสัยว่า ถ้าอยากทำหน้าเรียว ควรเริ่มจากอะไรดี และก็อยากถามเรื่องรอยย่นระหว่างคิ้วด้วย
แอบสารภาพนิดหนึ่งว่าเราเป็น FC หมอกลาง จากเพจพี่กลางหอสมุดแห่งชาติ เลยหวังลึก ๆ ว่าจะได้เจอตัวจริง
แต่พอไปถึงวันนั้นหมอไม่ได้เข้าแอบเสียดายนิดหน่อยเหมือนกัน 555
และจากใจเลย คลินิกประเมินหน้าก่อนทำ สำคัญกว่าที่คิด
เพื่อนเรารักษากับหมออีกท่านหนึ่ง เลยแนะนำให้เราคุยกับหมอได้เลย
สิ่งที่เราชอบมากคือ ที่นี่จะประเมินหน้าก่อนทำทุกครั้ง หรือพูดง่าย ๆ คือ
เป็น คลินิกที่ประเมินหน้าก่อนทำจริง ๆ หมอจะดูโครงหน้า กล้ามเนื้อ และปัญหาผิวก่อน ไม่ได้เปิดโปรแกรมแล้วชวนทำทันที
ซึ่งตรงนี้สำหรับคนที่ไม่เคยทำอะไรเลยอย่างเรา มันทำให้รู้สึกสบายใจมาก


ส่วนโปรแกรมหน้ายุง ปรับหน้าให้เล็กลงแบบเป็นธรรมชาติ คืออะไร?
วันที่เราไป เพื่อนเราไปทำโปรแกรมที่คลินิกเรียกว่า “หน้ายุง” ตอนแรกเราก็แอบงงเหมือนกันว่าคืออะไร
หมออธิบายว่าแนวคิดของโปรแกรมนี้คือ การ "ปรับรูปหน้าแบบ ไม่ศัลยกรรม"
เป็นการจัดการกล้ามเนื้อ การยกกระชับ และการปรับสมดุลใบหน้า ให้เรียวขึ้น
แต่เราว่าที่สำคัญที่สุดคือของโปรแกรมนี้ ไม่ใช่แค่เครื่องมืออย่างเดียว แต่คือความชำนาญของหมอต่างหาก
ทั้งการประเมินก่อนทำและตอนทำหัตถการ อันนี้สำคัญมาก
โปรแกรมหน้ายุงปรับหน้าให้เล็กลงแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่หน้าแข็งหรือเปลี่ยนรูปหน้าแบบสุดโต่ง
ซึ่งเราได้ดูตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนจบ และสิ่งที่เซอร์ไพรส์มากคือ เพื่อนเรานอนชิลมาก บอกว่าแทบไม่เจ็บเลย
เลยเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายคนถึงชอบถามว่า ทำหน้ายุง เจ็บไหม จากที่เราเห็นกับตา บอกเลยว่าเพื่อนเราชิลจริง ๆ
ระหว่างที่ดูเพื่อนทำหัตถการเราก็มีโอกาสได้เมาท์มอยกับคุณหมอไปด้วย
ถามคุณหมอไปว่าภายนอกเราสวยแล้วภายในล่ะคะคุณหมอ เรามีวิธีบำรุงให้สวยจากภายในด้วยไหม
คุณหมอก็แนะนำวิตามิน ที่ควรทานมาให้ ถือว่าเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของคุณหมอแล้วกันนะ
คุณหมอเล่าให้ฟังว่า คนวัย 40+ ควรโฟกัสอะไรบ้าง ซึ่งหลายอย่างเป็นเรื่องที่เรามองข้ามมาตลอด
อย่างแรกเลยคือ วิตามิน D คุณหมอบอกว่าคนไทยส่วนใหญ่ขาดวิตามินตัวนี้ ทั้งๆ ที่อยู่ประเทศแดดแรง
เพราะเรากลับไม่ค่อยได้ออกไปตากแดดจริงๆ พอจะออกแดดให้ได้วิตามินพอกับที่ร่างกายต้องการ ผิวก็อาจพังแทน 555
คุณหมอเลยแนะนำว่า โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 40+ แบบเรา ควรเสริมเป็น Vitamin D3 คู่กับ K2
เพราะ K2 จะช่วยให้ร่างกายดูดซึม D3 ได้ดีขึ้น
มาต่อด้วยคอลลาเจน คุณหมอแนะนำว่า Collagen Tripeptide จะดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป นะจ๊ะ
และ fish oil ใครเคยกินบ้าง?
อันนี้ก็มีรายละเอียดเหมือนกัน ไม่ใช่เลือกกินมั่วๆ แต่ต้องดูปริมาณ EPA + DHA รวมกันให้ได้ประมาณ 1,000 mg/วัน
และต้องอ่านฉลากดีๆ เพราะถ้ากินเกิน ร่างกายก็ขับออกอยู่ดี
กลับมาสำหรับสายบำรุงผิว คุณหมอเล่าว่า ถ้าจะเอาเรื่องผิวจริงๆ Astaxanthin ตัวเดียวก็เอาอยู่
สิ่งที่เราประทับใจมากได้ความรู้สวยทั้งภายนอกและข้างในแบบจัดเต็มเลยล่ะ
ส่วนเรื่องริ้วรอยระหว่างคิ้วที่เรากังวล คุณหมอก็ประเมินตรงๆ ว่าของเรายังไม่ลึกมาก
ถ้าจะฉีดโบท็อกก็เห็นผลเลย แต่ก็ไม่ได้กดดันให้ทำทันที กลับบอกให้เรากลับไปคิดก่อน ค่อยตัดสินใจก็ได้
สุดท้ายวันนั้นเราก็กลับบ้านไปแบบตัวเปล่า ยังไม่ได้ทำหัตถการอะไรเลยนะ
แต่คือเราประทับใจ พนักงานที่นี่มากกก คือน้องๆพนักงาน เขาน่ารักสุดๆ คุยเก่งฟีลเพื่อนสาวเลยล่ะ
ไม่มีบรรยากาศกดดัน ให้เราอึดอัดใจเลย ไม่มีฟีลแบบ อ้าว ไม่ทำเลยเหรอคะ? หรือจ้องขายคอร์ส ปิดเคสเอาท่าเดียวเลย อันนี้คือดีมากจริงๆ
สำหรับเรานะ ตอนนี้ Dermatige กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกและกำลังดูรายละเอียดว่าจะทำอะไรก่อนดี
ทุกความสวยต้องใช้เงินทั้งนั้น 5555 เดี๋ยวถ้าได้ทำโปรแกรมยกกระชับตัวไหนจะมารีวิวอีกทีนะ
วันนี้แค่มาแชร์ความรู้และความประทับใจที่ หมอDermatige ให้เวลาและใจเย็นกับคนที่ยังไม่รู้อะไรเลยแบบเรามากๆ
เลยอยากเอามาเล่าเผื่อใครกำลังหาข้อมูลเหมือนกัน
หรือถ้าใครเคยมีประสบการณ์ครั้งแรกกับคลินิกเสริมความงาม หรือมีคำแนะนำว่า
"อายุประมาณนี้ควรทำหัตถการอะไรดี" มาเมาท์มาแชร์กันได้นะ เพราะเราอยู่ระหว่างตัดสินใจพอดี
#หน้ายุง #ปรับรูปหน้าแบบไม่ศัลยกรรม #ยกกระขับ #หมอDermatige #หน้าเรียว



ความคิดเห็น